“เธอๆ แมวเราไม่ค่อยสบาย เธอไม่สงสารเรา ถือว่าสงสารแมวเราแล้วกันนะ เราจะเอาเงินพามันไปหาหมอไง” 

ถ้าคุณเป็นคนประเภท “เพื่อนสำคัญเสมอ” (ยกเว้นเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟน!) คุณจะทำทุกอย่างให้เพื่อนได้ รวมถึงให้หยิบยืมเงินเพื่อใช้จ่ายเรื่องที่เขากำลังเดือดร้อน

แต่นานวันเข้า ถึงวันที่นัดกันคืนเงิน แต่ยอดเงินในบัญชีไม่เคลื่อนไหว เพื่อนก็หายหน้า ไม่ส่งข้อความมาสวัสดียามเช้าเหมือนแต่ก่อน …เอ๊ะ ยังไงๆ ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เงินของเราคืนมา แบบไม่ทำลายความสัมพันธ์เก่าๆ ก่อนที่จะเสียทั้งเงินและเพื่อนแบบโนรีเทิร์น

  1. โชว์หลักฐานฟื้นความจำ “เราให้ยืมนะ ไม่ได้ให้เฉยๆ รู้ยัง”

    ทบทวนความจำกันอีกที ว่าเงินก้อนนั้น “ให้ยืมนะ ไม่ได้ให้เฉยๆ” แค่ขั้นตอนแรกก็ทำให้หลายคนนึกเสียดายที่ไม่ได้ทำสัญญา หรืออย่างน้อยก็ทำหลักฐานง่ายๆ เก็บไว้เลย ซึ่งระดับความจริงจังของหลักฐานอาจขึ้นอยู่กับจำนวนเงิน เช่น ถ้าไม่เยอะมาก อาจแคปหน้าจอหลังโอนเงิน หรือถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่ ก็ควรทำสัญญาที่หาโหลดได้จากเว็บไซต์ หรือแบบฟอร์มบันทึกง่ายๆ ที่คุณทำขึ้น โดยไม่ลืมช่องข้อมูลวิธีการคืนและช่องลายเซ็น

  2. ทวงใสใส วัยรุ่นชอบ “เธอๆ ยังไม่มียอดโอนเข้ามาเลย”

    ด้วยจิตวิทยาในการทวงหนี้ หากคุณเป็นลูกหนี้ สิ่งที่คุณอยากได้ยินคือแบบไหน ระหว่าง “เราอยากคุยเรื่องเงินที่ยืมไป” กับ “เธอๆ ยังไม่มียอดโอนเข้ามาเลย ฝากดูให้หน่อยนะ” พร้อมสติกเกอร์หัวใจและรูปหน้ายิ้ม (หรือโหลด Sticker Line “น้องรวย” ไปใช้พูดเรื่องเงินๆทองๆแทนก็ได้) และโดยมารยาท ที่ไม่ควรทำให้ใครเสียหน้า ควรถามเรื่องเงินกับเพื่อนแบบตัวต่อตัวเท่านั้น ห้ามทวงในกรุ๊ปแชท หรือบ่นลอยๆ พร้อมอักษรย่อ ถึงชื่อคนนั้นบนเฟสบุ๊คเด็ดขาดนะตัวเธอ

  1. คิดแพกเกจทางเลือก ให้เพื่อนผ่อนเบาๆ “เรามีโปร สนป่ะ”

    เหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่ไม่จ่ายหนี้ คือ เขายังไม่มี หรือ มีแต่จำเป็นต้องจับจ่ายใช้สอยกับเรื่องอื่นในชีวิตก่อน (รวมถึงตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่น ที่ทำให้เจ้าหนี้ต้องฝึกใจเย็นเข้าไว้) โดยลืมไปว่าคนให้ยืมอาจกำลังเดือดร้อน สิ่งที่เราควรทำคือ การคิดแพกเกจโปรโมชั่นให้เพื่อนเลือกผ่อนแบบสบายๆ แทนการรอสะสมเอามาโอนคืนเงินก้อนใหญ่ภายในครั้งเดียว ได้คืนมาบ้างดีกว่าไม่ได้เลยจริงมั้ย

  1. ทวงแบบ White Lie (โกหกสีขาว) ใช้ทักษะการแสดงเข้าช่วย “แมวเราไม่ค่อยสบาย”

    บอกเพื่อนไปว่าคุณจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งความจริงแล้วคุณก็ไม่ได้โกหกเสียหน่อย เช่น มีแผนจะสมัครเรียนกวดวิชา เงินที่ให้ยืมเป็นของคนในครอบครัว หรือ เงินที่ให้ยืมเป็นเงินล่วงหน้าที่คุณต้องใช้ สำหรับคนทำงานแล้ว อาจบอกได้ว่าถึงเวลาที่คุณต้องเริ่มผ่อนคอนโด หรือเปลี่ยนรถที่ดับๆ ติดๆ หลังใช้คันเดิมมาเป็น 10 ปีแล้ว เป็นคันใหม่ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในครอบครัว หรือจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ ตามใจคุณ แค่บอกให้เขารู้ว่าเราต้องการเงินมาใช้แล้ว “เธอๆ แมวเราไม่ค่อยสบาย เธอไม่สงสารเรา ถือว่าสงสารแมวเราแล้วกันนะ เราจะเอาเงินพามันไปหาหมอไง” 

  1. ใช้แอปทวงหนี้ “แอปนี้มียัง เดี๋ยวเราโหลดให้เอง”

    ใช้เทคโนโลยีมาช่วยสิ ด้วยการทวงเงินผ่านแอป อย่างเช่น Venmo ที่จะส่งใบแจ้งหนี้ออนไลน์ถึงเพื่อนทันทีเมื่อเราเรียกเก็บเงินปลายทาง แอปนี้พัฒนาจากปัญหาที่ว่า เวลาไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเพื่อนบังเอิญลืมกระเป๋าสตางค์ ทำเราต้องเป็นคนจ่ายก่อน แถมยังทำให้เราต้องตามเก็บเงินแบบกระอักกระอ่วนใจภายหลัง หรือใช้บริการส่งใบแจ้งหนี้ให้เพื่อนผ่าน www.paypal.me ที่เพิ่งเปิดให้บริการในไทยแล้ว และอีกหลายแอพลิเคชั่น ที่แข่งขันอย่างเข้มข้นกันในเวลานี้ (โดยมีข้อแม้ว่า เพื่อนต้องมีแอพลิเคชั่น และ บัญชีแบบเดียวกันกับเรา)

ลองนำไปปรับใช้กันดูนะจ๊ะ เรื่องเงินกับความสัมพันธ์ต้องบริหารจัดการดีๆ ไม่ใช่ เงินก็ยังไม่ได้คืนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเสียเพื่อนไปด้วย แบบนี้ไม่คุ้มจ้า …

“กูจะรวย” อยากให้ทุกคนบริหารเงินทองของตัวเองได้ดีแล้ว ยังอยากให้เรารวยเพื่อน รวยมิตภาพ รวยความสุขไปพร้อมกันได้ด้วย

ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณอาจชอบเรื่องนี้ด้วย เราขอแนะนำ “10 เรื่องไม่ลับ แต่คนมักไม่รู้เรื่องเงิน”