น้อยคนมากกกกก ที่จะรู้ว่าการเจริญเติบโตของเงิน มาจากการที่คุณ “ตกลงกับเงินยังไง” ฟังดูช่างแปลกประหลาดใช่มั้ยหล่ะ

พวกเราอยู่กับเงินมาทั้งชีวิต แต่ไม่เคยมีใครเคยคิดว่าเราก็ต้องมีข้อตกลงกับเงินเช่นกัน

เหมือนกับคุณคบเพื่อน คุณมีข้อตกลงกับเพื่อนทั้งโดยรู้ตัว และไม่รู้ตัว เช่น คนแบบไหนที่คุณเลือกคบคนระดับไหนที่เลือกคบ เรื่องไหนยอมให้เพื่อนได้ เรื่องไหนไม่ยอม เป็นต้น

 หรือในการทำงาน คุณก็มีข้อตกลงระหว่างตัวคุณกับบริษัทเช่นกัน ตามสัญญาจ้างนั่นไงหล่ะ คือข้อตกลงระหว่างกันว่าฉันในฐานะผู้จ้าง กับเธอในฐานะลูกจ้างเราจะดิวอะไรกันยังไงแค่ไหนอย่างไร

แล้วกับเงินของเราเองหล่ะ เราเคยมีการตกลงอะไรกับมันบ้างมั้ย มันจะได้เข้าใจว่า คุณคิดกับมันยังไง แล้วมันต้องมีหน้าที่ทำอะไรให้คุณบ้าง

ถ้านึกไม่ออกว่าแล้วฉันจะไปตกลงอะไรกับเงินหล่ะเนี่ย “กูจะรวย” มี 3 เรื่องหลักๆ ตามนี้

 

เรื่อง 1) พันธสัญญากับเงิน

อย่าไปตกใจกับคำศัพท์ที่ดูยาก ดูทางการ อธิบายแบบชาวบ้านคือ คุณมองตัวเองกับเงินมีความสัมพันธ์กันยังไง เช่นว่า นาย A มองว่า ฉันเป็นนายเงิน เงินเป็นทาสฉัน ฉันสั่งมันให้ทำตามที่ต้องการ นาย B มองว่า ฉันเป็นเพื่อนกันเงิน ฉันจะดูแลเงินแบบเพื่อนคนนึง นาย C มองว่า เงินคือทุกสิ่งอย่าง ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน เงินคืออำนาจ

แล้วมันยังไง มันก็จะส่งผลสะท้อนพฤติกรรมของคุณต่อเรื่องเงินในทุกการกระทำ โดยไม่รู้ตัว จุดเล็กๆ แต่ส่งผลยิ่งใหญ่ในระยะยาว เช่น จากตัวอย่างเดิม

นาย A ก็จะบ่งการจัดการเงินทุกสิ่งอย่าง ใช้มันเพื่อสนองตอบความต้องการตัวเอง 100%  โดยไม่สนใจว่า การใช้เงินนั้น เป็นการใช้เงินที่ดีหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ให้เกียรติเงินหรือไม่ อยากได้อะไร เอาเงินไปซื้อมาให้จงได้ ใช้เงินทุ่มลงไป ใช้เงินสนองกิเลศตัณหาตัวเองล้วนๆ

นาย B ก็จะให้ความสำคัญกับการนำเงินไปใช้ เพราะมองว่าเขาเป็นเพื่อนคนนึง คุณดูแลเพื่อนยังไงหล่ะ คุณก็จะอยู่กับเงินแบบนั้น อะไรไม่คุ้มค่า ไม่ควรจ่ายก็ไม่จ่าย อะไรควรซื้อก็ค่อยใช้เงินซื้อ ไม่มีอะไรอยากได้ก็เก็บเงินไว้ จะเอาเงินออกจากตัว คิดแล้วคิดอีกว่า เงินควรอยู่กับเราต่อ หรือต้องมอบเขาไปให้อยู่กับคนอื่นแทนเพื่อแลกกับบางสิ่งที่ดีพอ มีค่ามากพอ

นาย C ก็จะยินดีทำตัวเป็นทาสเงิน เพราะเขาเทิดทูนเงินทองว่ามีอำนาจเหนือตน ยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ถูกผิดชอบชั่วดี ไม่สน ทำแล้วได้เงินก็พอ แค่นั้น เมื่อเขาคิดว่าเงินคืออำนาจ เขาก็จะใช้จ่ายเงินเพื่อสะท้อนว่าเขามีอำนาจเหนือคนอื่น

อาจจะใช้เงินมากมาย ไปในทางต่างๆ เพื่อให้คนอื่นเห็นว่าฉันเป็นคนมีอำนาจมากกว่าใคร

คุณอยู่กับเงินแบบไหน เคยคิดบ้างมั้ย

 

เรื่อง 2) คุณได้เงินมายังไง (หาเงิน)

อันนี้สุดแล้วแต่ความสามารถ และโอกาสของแต่ละคน ประเด็นคือ ถ้าคุณได้ข้อตกลงกับเงินชัดแล้ว

คุณก็จะรู้ว่าคุณจะหาเงินด้วยรูปแบบไหน เงินจะมาหาคุณด้วยช่องทางยังไง

แล้วมันสำคัญอะไรด้วย เงินก็เหมือนกัน จะไปแคร์อะไร นี่ไงหล่ะ ถ้าคุณมีความคิดว่าเงินก็เหมือนกันหมด

แสดงว่าคุณก็ทำข้อตกลงกับเงินว่า เงินก็เหมือนกันเป๊ะๆ ไม่มีความต่างหรอก เช่น คุณทำงานหนักมากมาทั้งเดือนเพื่อได้เงินเดือน แต่พอไปเข้าบ่อนเกิดฟลุ๊กดวงดี มือขึ้นได้เงินมากมาย คุณอาจมีความคิดว่า กูลาออกมาอยู่บ่อนดีกว่า (มีนะ อย่าคิดว่าไม่มี) เลิกงานเสร็จ รีบเข้าบ่อน จิตใจไม่อยู่กับการทำงานแล้ว เพราะคุณแค่อยากได้เงิน

ถ้าคุณมีข้อตกลงกับเงินว่า เงินมีความแตกต่างกัน เงินไม่เหมือนกันหรอก เงินที่ได้มากจากบ่อน ถือเป็นเงินขาจร มาก็ดี ไม่มาเราก็ไม่ควรจะต้องเดือดร้อน เราต้องให้ความสำคัญกับเงินขาประจำดีกว่า เพราะเขามาแน่ๆ มาหาเราทุกเดือน คุณก็จะยังคงทุ่มเท ใส่ใจ ตั้งใจทำงานเพื่อพบเงินขาประจำที่จะมาเจอกันทุกเดือน ว่างก็ค่อยไปหาเงินขาจร คุณจะคัดแยกได้ว่า เงินกลุ่มไหน มีความสำคัญ ควรให้คุณค่ามากกว่ากัน เงินไหนมาก่อน เงินไหนมาทีหลังได้

และวิธีหาเงินของเราควรใส่ใจกับวิธีไหนที่สุด ไม่ไขว่เขว นึกภาพออกเนอะ

 

เรื่อง 3) คุณจะทำอะไรกับเงินนั่นเมื่อได้มาแล้ว (เก็บเงิน, ใช้เงิน)

เมื่อคุณรู้แล้วว่า เงินจะมาหาคุณยังไง เรื่องยังไม่จบเท่านั้น เพราะไตรลักษณ์ของการเงินที่ “กูจะรวย” เคยบอกไว้ก็คือ หาเงินเก็บเงินใช้เงิน คุณหาเงินได้แล้ว นั่นคือเริ่มต้นเรื่อง

ถัดมาคุณต้องเก็บเงินที่หามาได้ ให้อยู่ตอ่ไปได้ด้วย ถ้าหามาได้ แต่ใช้หมดเกลี้ยง เท่ากับที่หามาคือ 0 นะครับ

ต้องเก็บไว้ให้ได้ จะด้วยวิธีการใด สุดแล้วแต่เลย ขอแค่ให้คุณเก็บมันไว้ได้ ไม่ใช้หมดก็ดีมาก

เมื่อเก็บเงินได้แล้ว สะสมๆๆๆ ไปเรื่อยๆ แต่อย่าเก็บฝากธนาคารอย่างเดียวนะ แค่เงินเฟ้อประจำปี คุณก็ขาดทุนเงินต้นแล้ว

ต้องมองหาช่องทางนำเงินไปใช้ด้วย ก็ความหมายเดียวกับลงทุนนั่นแหละ แต่พูดลงทุนมันดูยากๆ มันก็คือหาวิธีใช้เงินให้งอกเงยเติบโต เพิ่มพูน ขึ้นนั่นเอง

ยกตัวอย่าง เช่นว่า คุณให้คุณค่าเงินแต่ละก้อนต่างกัน เงินจากการทำงาน ได้มาแบบเหนื่อยยาก จะใช้จ่ายต้องระวัง คิดดีๆ จ่ายไปกับสิ่งสำคัญ

ส่วนเงินที่ได้มาง่าย ลาภลอย เงินถูกหวย ถือว่าเป็นเงินขาจร คุณอาจเอาไปซื้อหวยต่อก็ได้ แต่อย่าซื้อหมด

ตัดเก็บกำไรเป็นเงินเก็บสักครึ่งหนึ่ง เล่นสนุกแค่ครึ่งเดียวพอ เสียก็เสียไป แต่ครึ่งหนึ่งจากเงินฟลุ๊กๆ ก็ไม่หายไปไหน

 

เห็นมั้ยว่า มันเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าคุณมีหลักการมันก็จะช่วยให้คุณบริการจัดการเงินได้ชัดเจนมากขึ้น

ว่าคุณจะดิวกับเงินทองของคุณส่วนไหนยังไง ไม่มั่ว

ในบทความนี้จะไม่ได้ลงไปว่าจะเก็บยังไง ควรจะใช้เงินยังไง หาอ่านได้จากบทความอื่นๆ

ประเด็นใหญ่ของบทความนี้คือ คุณอยู่กับเงินมาทั้งชีวิต เคยคิดกับตัวเองมั้ยว่า คุณสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณ กับเงินยังไง

 

นั่งคิดไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกดดันตัวเอง ใช้แนวทาง 3 ข้อนี้ไปจับ คุณอาจค้นพบอะไรบางอย่างที่ดีๆ

และทำให้พฤติกรรมทางการเงินของคุณดีขึ้น เป็นไปในทางบวกมากขึ้น บริหารจัดการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนก็ได้ ลองดูนะครับ