อับราฮัม ลินคอล์น ชื่อนี้น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินเลย ส่วนจะรู้หรือไม่รู้ว่าเป็นใคร ทำอะไร นั่นก็ไว้เป็นอีกเรื่องนึง แต่คงต้องคุ้นๆกันอยู่บ้าง อธิบายให้สั้นกระชับก็คือมิสเตอร์ลินคอล์น คือประธานาธิบดี คนที่ 16 ของประเทศสหรัฐอเมริกา ผลงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆให้กับสหรัฐ ก็เช่น การนำพาประเทศผ่านพ้นสงครามกลางเมืองมาได้ ส่งเสริมสภาวะเศรษฐกิจและรูปแบบระบบระเบียบด้านการเงินให้มีความทันสมัยมากขึ้น

 

และผลงานสนั่นโลกาที่สร้างชื่อให้เขาเป็นที่กล่าวขวัญและจดจำมาถึงทุกวันนี้คือความพยายามไปสู่การออกประกาศล้มเลิกระบบทาสใน ค.ศ. 1863 การกระตุ้นให้รัฐชายแดนประกาศให้ความเป็นทาสคือสิ่งผิดกฎหมาย และการช่วยผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 13 ให้ผ่านรัฐสภาครองเกรส ปลดปล่อยทาสผิวดำทั่วประเทศเป็นอิสระในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1865 ได้ในที่สุด

จากเหตุการณ์นี้และอีกหลายๆเรื่องทั้งนโยบายและบุคลิกภาพของเขา ทำให้ลินคอล์น “ถูกโจมตีจากรอบด้าน” ฉากสุดท้ายเขาจบไม่สวยนักด้วยการถูกยิงเสียชีวิต เขาได้ชื่อว่าเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ถูกรอบสังหาร

เกริ่นพอนึกภาพออกว่าเขาเป็นบุรุษที่ยิ่งใหญ่อย่างไรแล้ว ขอกลับมาที่ประเด็นสำคัญที่อยากจะแชร์ เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดได้อย่างไร เขาไม่มีต้นทุนอะไรจะนำพาเขาขึ้นสูงจุดนั้นได้เลยแม้แต่น้อย

ลินคอล์น เกิดในครอบครัวชาวนา และยากจน ชีวิตวัยเด็กไม่มีอะไรโดดเด่น เติบโตมาอย่างราบเรียบปกติธรรมดาค่อนไปทางย่ำแย่ อายุ 21 เริ่มต้นทำธุรกิจแต่ล้มเหลว สอบตกกฏหมาย ตอนอายุ 22 ทำธุรกิจล้มเหลวอีกครั้งตอนอายุ 24 เป็นหนี้สิน ต้องใช้เวลาถึง 17 ปีใช้หนี้แทนหุ้นส่วน จุดนี้อาจส่งผลให้เขาเกิดอาการทางประสาทเมื่ออายุ 27 ล้มลุกคลุกคลานจนกระทั่งอายุ 34 โอกาสเปิดให้เขาเข้าสู่วงการการเมือง และได้รับหน้าที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภาแห่ง “อิลลินอยด์” แต่เขาประสบความปราชัยอย่างย่อยยับ นี่แค่เริ่มต้นความพ่ายแพ้ที่เขาต้องประสบ เส้นทางของเขาไม่เคยง่ายเลย

ปี 1831 – ล้มเหลวทางธุรกิจ

ปี 1832 – ลงสมัคร สส. แต่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง

ปี 1834 – ลองทำธุรกิจอีกครั้งแต่ก็ล้มเหลว

ปี 1835 – เพื่อนผู้หญิง ที่เขารัก และหมั้นหมายกันเรียบร้อยแล้ว กำลังวางแผนจะได้แต่งงานกัน เสียชีวิต

ปี 1836 – จิตใจกระทบกระเทือน จนเกิดอาการ Nervous Breakdown

ปี 1838 – กลับมาลงสมัคร สส.อีกครั้ง แต่ก็พ่ายแพ้อีกครั้ง

ปี 1843 – ลงสมัครสมาชิกสภาครองเกรส ก็พ่ายแพ้อีกครั้ง

ปี 1846 – ลงสมัครสมาชิกสภาครองเกรส ก็พ่ายแพ้อีกครั้ง

ปี 1848 – ลงสมัครสมาชิกสภาครองเกรส ครั้งที่ 3 ก็พ่ายแพ้อีก

ปี 1855 – ลงสมัครวุฒิสมาชิก แต่พ่ายแพ้

ปี 1856 – ลงสมัครรองประธานาธิบดี แต่พ่ายแพ้

ปี 1858 – ลงสมัครวุฒิสมาชิกอีกครั้ง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้อีกครั้งเช่นเคย

ถ้าเป็นคุณ มาถึงจุดนี้คุณจะคิดยังไง คุณจะยังเหลือเรี่ยวแรงทั้งกายและใจแค่ไหน เขารู้ว่าคนอื่นทำให้เขาพ่ายแพ้ได้ แต่ไม่มีใครทำให้เขา ยอมแพ้ได้ ถ้าตัวเขาไม่ยอม ความพ่ายแพ้ เป็นเรื่องของคนอื่น แต่การยอมแพ้หรือไม่ยอมแพ้ เป็นสิ่งที่ตัวเขาเองเท่านั้นที่เลือกได้

ครั้งนี้เขาตัดสินใจลงสมัครตำแหน่ง ประธานาธิบดี ไม่ใช่สมัคร สส. ไม่ใช่สมัคร สมาชิกสภาครองเกรส ไม่ใช่ตำแหน่งวุฒิสภา หรือรองประธานาธิบดีเช่นที่ผ่านมา

เพราะเขามีความคิดว่าถ้าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ได้ เขาต้องเอาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่ใหญ่พอจะทำได้ และนั่นอาจหมายความว่า ความล้มเหลวทั้งหมดที่ผ่านมาของเขานั่น อาจพยายามบอกเขามาตลอดว่าจริงๆแล้วตำแหน่งประธานาธิบดีต่างหากที่เหมาะสมกับเขา

ปี 1860 – ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และครั้งนี้เขาได้รับชัยชนะครั้งแรกจากทุกครั้งที่ลงสมัคร เขาได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 ของประเทศสหรัฐอเมริกา และฝากผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ในความสามารถของเขาให้ทุกคนเห็น มีทาสหลายล้านคนที่ได้รับอิสระ มีชีวิตที่ดีขึ้น

อับราฮัม ลินคอล์น ได้รับการยกย่องให้เป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนนึงของสหรัฐอเมริการและของโลก ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 ประธานาธิบดีสหรัฐที่ถูกสลักใบหน้าบนภูเขาหิน อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เมานต์รัชมอน์ และยังปรากฏใบหน้าเขาบนธนบัตรมูลค่า 5 ดอลลาร์สหรัฐ เหรียญมูลค่า 1 เซนต์ และถูกนำชื่อไปตั้งเป็นชื่อเรือดำน้ำนิวเคลียร์ และเรือบรรทุกเครื่องบินอีกด้วย รวมถึงการสร้าง Lincoln Memorial รูปปั้นขนาดใหญ่เพื่อให้คนอเมริกันรำลึกถึงรัฐบุรุษท่านนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความรักชาติ ความเป็นอเมริกันที่ยกย่องสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคยิ่งชีพ

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีแห่งความล้มเหลวล้วนๆ เพื่อได้มาซึ่ง 4 ปีที่ได้ทำงานหนักและจากไป คุณคิดว่าอะไรทำให้คนๆนึงสามารถดำรงความมุ่งมั่นได้ตลอดระยะทางตลอดระยะเวลาเช่นนี้ได้ ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากผู้ชายคนนี้ก็คือ

พ่ายแพ้ กับ ยอมแพ้ มันคือคนละเรื่องกัน

พ่ายแพ้ เป็นสิ่งที่คนอื่นทำกับเราได้ ส่วน ยอมแพ้ เราเลือกด้วยตัวเราเองล้วนๆ

ความล้มเหลวที่วิ่งใส่เรานั้น บางทีมันอาจกำลังพยายามกระซิบบอกอะไรเราสักอย่างอยู่ก็ได้ เปิดใจมองความล้มเหลวให้รอบด้านมากขึ้น คุณอาจเห็นโอกาสแห่งความสำเร็จอยู่ในนั้น

 

ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณน่าจะชอบเรื่องนี้ด้วย เราขอแนะนำ​ “มิสเตอร์แซนเดอร์ส ชีวิตนี้เกือบจะมีแต่ความล้มเหลว”