ทุกอย่างมีแนวทาง มีหลักการ หรือบางทีก็เรียกกันว่า “กฎ”
การเป็นคนรวยก็เช่นกัน 

คนเรารวยกันได้ เพราะเขามีแนวทาง มีหลักการ และมี “กฎ” ในการนำพาชีวิตไปพิชิตความร่ำรวยกัน “กูจะรวย” เอากฎใหญ่ๆ 3 กฎมาให้ดู ตามนี้

กฎข้อที่ 1 – จ่ายให้ตัวเอง

ทุกครั้งที่มีรายได้ ทำเงินได้ ไม่ว่าจะมาจากช่องทางไหน ตัดส่วนหนึ่งของรายได้ จ่ายให้ตัวเอง คุณอาจจะสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมา 1 บัญชี ไม่มีบัตรเอทีเอ็ม แล้วบอกตัวเองว่า ทุกรายได้ที่ทำได้ เราจะตัด 10% 15% หรือ 20% มาใส่ในบัญชีนี้ เอาไว้ทำไม ก็สะสมเผื่อมีไอเดีย เห็นโอกาส ลู่ทาง ทำธุรกิจ หรืออะไรก็ตาม คุณจะได้มีเงินทุนตั้งต้นเอาไว้ทดสอบ ทดลอง หรือไว้ลงทุนสร้างต้นแบบขึ้นมา โดยไม่ต้องเหนื่อยไปหยิบยืม หรือวิ่งขายไอเดียกับนักลงทุน หรือต้องเอารถ เอาบ้านไปจำนอง เพื่อแปลงเป็นเงินมาเสี่ยงเต็มตัว

ถ้ามีทุนสักหน่อย คุณยังพอจะเริ่มต้นได้ ถ้าเจ๊ง หรือแป๊ก ก็ไม่เสียหายอะไร ไม่กระทบกับสินทรัพย์ของตัวเอง เช่น ถ้าคุณเอาบ้านไปจำนอง เกิดลงทุนแล้วไม่เป็นไปตามที่คิด เงินก็ไม่ได้กลับมา แถมบ้านก็กลายเป็นหนี้ซะอีก หรือแม้ว่าจะไม่ได้มีแผนจะลงทุนทำอะไร ก็ยังดี เป็นเงินสะสม เกิดเหตุฉุกเฉินก็มีเงินสำรองไว้ใช้ มีเงินเข้าอย่าลืมจ่ายให้ตัวเองก่อนเสมอนะ

กฎข้อที่ 2 – มุ่งสร้างสินทรัพย์

ทุกการจ่าย เราต้องมีสติรู้ตัวเสมอนะครับว่า ที่เราจ่ายไปนั้น มันคือรายจ่ายสำหรับ ค่าดำเนินชีวิตประจำวัน ค่าหนี้ดี หรือหนี้เลว (อะไรคือหนี้ดี หนี้เลว ไปฟังเพิ่มเติมได้ที่ กูจะรวย Podcast “สร้างหนี้ดี มีแต่รวย”) นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายประจำวันไว้กินไว้ใช้แล้ว รายจ่ายลำดับถัดไปจะให้ดีควรจ่ายไปเพื่อให้เราได้สินทรัพย์กลับมา ซึ่งสินทรัพย์ก็หมายถึง หนี้ดี คืออะไรก็ตามที่มันมีโอกาส มีศักยภาพสร้างเงิน สร้างรายได้กลับคืนมาให้กับเรา ซึ่งสินทรัพย์ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น พนักงานบริษัทที่ทำงานประจำ สินทรัพย์ก็อาจจะเป็นบ้านที่อยู่อาศัย แทนที่จะไปจ่ายค่าเช่าหอ ก็เอารายจ่ายก้อนเดียวกัน มาจ่ายให้ธนาคารที่เราไปกู้เงินมาซื้อ จ่ายไปก็ไม่ไปไหน เหมือนสะสมเงินให้ตัวเองในอนาคต จ่ายจบบ้านก็เป็นของเรา อนาคตอาจขายทำกำไร หรือปล่อยเช่าก็ได้

ส่วนพ่อค้าแม่ค้า สินทรัพย์อาจจะเป็นตึกแถว ชั้นล่างไว้เปิดร้านขายของ ทำธุรกิจได้ ชั้นบนไว้อยู่อาศัยไปด้วยในตัว 2 in 1 หรือพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด สินทรัพย์เขาก็อาจจะเป็นแผงค้าขายในตลาด แทนที่จะจ่ายค่าเช่าแผงไปเรื่อยๆ ก็อาจจะคิดเซ้งแผงนั้นมาเป็นของตัวเองไปเลย หรือถ้าเป็นคนขับรถ สินทรัพย์เขาอาจจะเป็นรถบรรทุกขนของสักคัน แทนที่จะได้แต่ค่าแรง ก็กัดฟันซื้อรถ แล้วผ่อนค่างวด เมื่อผ่อนหมด รถเป็นของตัวเอง เวลานั้นจะขับต่อเอง หรือกลายเป็นเถ้าแก่จ้างคนอื่นมาขับ รับเงินจ่ายค่าแรง บริหารส่วนต่าง เก็บกำไรขึ้นมาก็ได้ คุณต้องมองหาให้เจอว่า สินทรัพย์ของตัวเรานั้นมันคืออะไร แล้วรายจ่ายของเรา มีส่วนที่จ่ายออกไปเพื่อไปเป็นค่าสร้างสินทรัพย์นั้นบ้างมั้ย ถ้าไม่มีรีบหาเลยนะ จ่ายเพื่อให้มันสร้างรายได้กลับมาให้เราในอนาคต นับว่าเป็นรายจ่ายที่ดีจริงๆ

กฎข้อที่ 3 – เป็นอัตโนมัติ

เมื่อรู้กฎ 2 ข้อนั้นแล้ว กฎข้อนี้มันจะตามมาเองคือทำสม่ำเสมอ เมื่อจะเก็บเงินก็ต้องแบ่งมาเก็บสม่ำเสมอ ทำจนเป็นนิสัยขึ้นมาเองเลย ทำแบบไม่ต้องฝืน(ช่วงแรกก็คงต้องฝืนๆ เตือนๆ ตัวเองมาก) แล้วเราจะรู้สึกว่า ถ้าไม่แบ่งเงินมาเก็บ เราจะรู้สึกว่าเรากำลังฝ่าฝืนเรื่องใหญ่ของตัวเองอยู่นะ สร้างนิสัยการบริหารจัดการเงินให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติ เป็นไปตามความรู้สึก เหมือนเราขับรถ ขับแรกๆ เราต้องคิดเยอะใช่มั้ย หลายสิ่งอย่าง กว่าจะพารถออกจากบ้านไปที่ทำงานได้แต่ละวัน คิดเยอะไปหมด จะต้องมองซ้าย ตบสัญญาณไฟเลี้ยว เหยียบเบรคชะลอ ค่อยๆ หมุนพวงมาลัย มองกระจกข้าง มองกระจกหลัง สารพัด แต่พอขับไปเรื่อยๆ หลายคนขับกลับจากที่ทำงานมาถึงบ้านตัวเองโดยไม่ต้องแบ่งสมองไปคิดด้วยซ้ำ หลายคนระหว่างขับรถ ใช้สมองไปกับการคิดงานไปด้วยอีกต่างหาก แต่ก็พาตัวเองกลับมาได้แบบ อ่าวเฮ้ย ไม่เห็นต้องไปสนใจมันเลย

การเงินก็ต้องทำให้ตัวเองเป็นได้แบบนั้น จะดีมากนะ จะเก็บเงินสักที ไม่ต้องใช้หัวคิดพิจารณาอะไรแล้ว เห็นเงินเข้าปุ๊บ ดึง 20% ตัดถอนออกมาเก็บไปใส่ไว้ที่อื่นเลยเป็นลำดับแรก ทำให้ได้ ทำเป็นปกติ ทำเป็นธรรมชาติ ทำแล้วเราไม่ฝืน กลายเป็นพฤติกรรมใหม่ ฝังแนบแน่นเข้าไปในจิตใจ จนกลายเป็นสันดานคนรวย แล้วคุณจะร่ำรวยขึ้นมาได้จริงๆ

รู้แล้วอย่ารอช้า เอาไปตั้งเป็นกให้ตัวเองลงมือทำเลย

ถ้าคุณชอบเรื่องนี้ คุณอาจชอบเรื่องนี้ด้วย เราขอแนะนำ “จ่ายแบบนี้มีแต่รวย